มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1917 ครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.64 ที่ผ่านมา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย นายสมรัตน์ เข็มศิริ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย และข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามผู้ผ่านการอบรมโครงการพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นบุกเบิก โดยนางสาวจีรวรรณ วิวัฒน์สุขสันต์ ผู้ผ่านการอบรมฯ ได้ให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันได้พักอาศัยอยู่กับมารดาและบุตร อีกทั้งยังไม่ได้ประกอบอาชีพ จากการสอบถามพบว่า ต้องการความช่วยเหลือหาทุนประกอบอาชีพค้าขายลูกชิ้นทอด และทุนการศึกษาบุตร

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ ได้มีนโยบายให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE : Center for Assistance to Reintegration and Employment) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้พ้นโทษให้มีงานทำทั้งขณะต้องโทษในเรือนจำ และการนำความรู้จากการอบรมวิชาชีพไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ รวมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้พ้นโทษในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้พ้นโทษมีอาชีพ มีงานทำภายหลังพ้นโทษ สามารถช่วยเหลือตนเอง ไม่เป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม ไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ และเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการให้หน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมบูรณาการ การทำงานเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้กระทำผิดอย่างยั่งยืน ในขณะนี้ได้มีการดำเนินการโครงการดังกล่าวภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 137 แห่ง

นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า กรมราชทัณฑ์ มอบหมายศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ ดำเนินงานติดตามผู้พ้นโทษ ที่ผ่านการอบรมตามโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” โดยได้จัดทำระบบการบันทึกข้อมูลในการติดตาม เพื่อประมวลผลการติดตามผู้พ้นโทษที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือ และผู้พ้นโทษที่นำความรู้เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ประโยชน์ภายหลังพ้นโทษ โดยจะนำผู้พ้นโทษกลุ่มดังกล่าว มาเป็นบุคคลต้นแบบและวิทยากรจิตอาสาเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดการใช้ชีวิตแบบพอเพียงภายหลังพ้นโทษ โดยได้มีการประสานงานกับจิตอาสาพระราชทาน 904 เพื่อขอความร่วมมือในการลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินชีวิตของผู้พ้นโทษ

“สำหรับกลุ่มที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ ดำเนินการประสานงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหา และความต้องการ โดยการประสานหน่วยงานเครือข่าย เช่น กรณีต้องการทุนประกอบอาชีพ ต้องการค่าพาหนะกลับภูมิลำเนา ต้องการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ ฯลฯ และสำหรับกลุ่มที่ไม่ขอรับความช่วยเหลือ ดำเนินการคัดกรอง และตรวจสอบแผนการดำเนินชีวิตภายหลังพ้นโทษ หากพบว่าสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีครอบครัวและผู้อุปการะ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำให้ข้อมูล ช่องทางการติดต่อศูนย์ CARE เพื่อให้ผู้พ้นโทษมีข้อมูลสำหรับการขอรับความช่วยเหลือในภายหลัง หากประสบปัญหาความเดือดร้อน” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว

นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า กรมราชทัณฑ์ ดำเนินการประสานหน่วยงานเครือข่าย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรมการพัฒนาชุมชน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมที่ดิน และกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้พ้นต่อไป
“ยังมีผู้พ้นโทษจำนวนมาก ที่ยังคงต้องการโอกาส หวังเพียงกำลังใจและการยอมรับ เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้สามารถเป็นคนดีของสังคม และไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว
มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1917 ครั้ง