มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1990 ครั้ง
วันที่ 9 ก.พ.64 เวลา 10.00 น. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้จัดการประชุม อ.ก.พ. กรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.64 เพื่อพิจารณาลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดวินัย มีพฤติการณ์เสื่อมเสีย ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า สำหรับมติที่ประชุมที่สำคัญ ประกอบด้วย การลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดวินัย จำนวนทั้งสิ้น 5 ราย โดยมีมติไล่ออกจากราชการ 2 ราย จากพฤติการณ์ต่างๆ คือ 1. ทุจริตเบียดบังเงินค่าจำหน่ายสินค้าในงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ จำนวน 1 ราย และ 2. เรียกรับเงินจากผู้ต้องขังเพื่อช่วยเหลือให้ออกทำงานสาธารณะ และไม่กำกับดูแล ปล่อยให้ผู้ต้องขังครอบครองและใช้โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 ราย
นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังมีมติปลดออกจากราชการอีก 3 ราย เนื่องด้วยพฤติการณ์ซุกซ่อนยาเส้นในขากางเกงและรองเท้าหุ้มข้อเพื่อนำเข้าไปให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ 1 ราย และไม่อยู่ควบคุมผู้ต้องขังป่วยที่โรงพยาบาลเป็นเหตุให้ผู้ต้องขังหลบหนี โดยไม่สามารถติดตามตัวกลับมาได้ จำนวน 2 ราย
ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นพฤติการณ์ที่ฝ่าฝืนและขัดต่อกฎ ระเบียบ และวินัยที่ข้าราชการกรมราชทัณฑ์พึงปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 และพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 รวมถึงกฎหมาย และระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นายอายุตม์ กล่าวเน้นย้ำว่า กรมราชทัณฑ์ มีนโยบายกำชับให้ข้าราชการในสังกัดฯ ยึดถือปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการทำงานของกรมราชทัณฑ์เป็นงานที่มีลักษณะพิเศษ อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของสังคม และยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ จึงต้องปฏิบัติด้วยความสุจริต รอบคอบ ระมัดระวัง มีความละเอียดถี่ถ้วน ถูกต้อง แม่นยำ และจะเกิดความผิดพลาดไม่ได้ ฉะนั้น งานราชทัณฑ์จึงถือได้ว่ามีความยากมากเป็นพิเศษ เพื่อให้การควบคุมดูแล แก้ไข และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังเป็นไปอย่างมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพ
“ซึ่งที่ผ่านมาข้าราชการกรมราชทัณฑ์ก็ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีเสมอมาภายใต้กรอบข้อบังคับต่างๆ แต่อาจมีข้าราชการเพียงส่วนน้อยที่มีพฤติการณ์กระทำผิด จึงได้มีการพิจารณาลงโทษ เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างกับข้าราชการอื่นๆ ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและสังคมต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต่อไป” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว
มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1990 ครั้ง