มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 478 ครั้ง
รัฐมนตรีการกระทรวงคมนาคม กล่าวปาฐกถา และเปิดงานนิทรรศการ “Transport United for Happy Journey : คมนาคมรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเดินทางแห่งความสุข”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี และยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558 – 2565 ภายใต้ชื่องาน “Transport United for Happy Journey : คมนาคมรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเดินทางแห่งความสุข” พร้อมปาฐกถา หัวข้อ “แผนคมนาคมกับการบูรณาการการเชื่อมโยงโครงข่าย” โดยมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน และ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชนทุกแขนง เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณโถงภายในประตู 1 สถานีกลางบางซื่อ

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงหลักที่รับผิดชอบดูแลการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคของประเทศ แม้ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 แต่การลงทุนในโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายคมนาคมของประเทศ ไม่ได้หยุดหรือสะดุดลง เพราะเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ รองรับการค้า การลงทุนจากต่างประเทศ และลดต้นทุนโลจิสติกส์ด้านการขนส่ง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย นอกจากนี้ ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยตลอดระยะ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคู่ขนานกัน ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อให้เกิดโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์ในประเทศไทย ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางบก ได้ยกระดับการเดินทางให้มีความปลอดภัย เชื่อมโยงโครงข่ายทั่วไทย และส่งเสริมเศรษฐกิจทุกภูมิภาค ด้วยการเร่งรัดก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน – นครราชสีมา บางใหญ่ – กาญจนบุรี บางขุนเทียน – บ้านแพ้ว และทางพิเศษ สายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอก รวมทั้งมีแผนดำเนินโครงการก่อสร้าง สะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี่ และสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา พัฒนาโครงข่ายร่วมกัน ระหว่างทางรถไฟกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ภายใต้กรอบแผนแม่บท MR-MAP เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมในรูปแบบใหม่ ที่จะเพิ่มความเชื่อมโยงภายในประเทศภูมิภาคอาเซียน ให้มีความปลอดภัยที่สูงขึ้น และลดภาระการลงทุนของภาครัฐในระยะยาว การยกระดับการเดินทางและการขนส่งทางน้ำ มีการเร่งพัฒนาท่าเทียบเรือ ทั้งท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ และท่าเรือน้ำลึก เช่น การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F เพื่อขยายขีดความสามารถการรองรับตู้สินค้า
“พร้อมผลักดันการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับกองเรือพาณิชย์ไทย การพัฒนาโครงการสะพานเศรษฐกิจ เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย – อันดามัน (Landbridge ชุมพร – ระนอง) พลิกโฉมการขนส่งระบบรางของไทย ให้เป็นแกนหลักของการเดินทาง และการขนส่งเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ด้วยการเร่งรัดพัฒนาระบบรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมกับเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ยกระดับรถไฟไทยให้เป็นทางคู่ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้าของประเทศ และเชื่อมโยงการค้า การลงทุนกับต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งตู้สินค้าทั้งระบบ” รมว.คมนาคม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ด้านการคมนาคมทางอากาศ ได้เพิ่มขีดความสามารถการให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานอู่ตะเภา และท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมกับการพัฒนาบุคลากรด้านการบิน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ซ่อมและบำรุงอากาศยานมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ผลักดันให้เกิดการเพิ่มมูลค่า และเกิดการค้า การลงทุนให้กับประเทศไทย
“กระทรวงคมนาคม คำนึงถึงความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทาง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ด้วยการพัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง แบบไม่มีไม้กั้น (M-FLOW) การเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ด้วยการติดตั้ง Rubber Fender Barrier และ Rubber Guide Post บนทางหลวงและทางหลวงชนบท เพื่อช่วยป้องกันความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง เสริมความคล่องตัว ด้วยการกำหนดความเร็วการขับขี่รถยนต์ ได้สูงสุดไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การพัฒนา Application Taxi เพื่อสร้างทางเลือกให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวก และส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบาย นำรถเมล์ไฟฟ้า และเรือโดยสารประจำทาง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม” นายศักดิ์สยาม กล่าว
ภายในงานฯ มีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การเสวนาหัวข้อ “Transport United For Happy Journey คมนาคมรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเดินทางแห่งความสุข” โดย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งกับการท่องเที่ยว การค้า และบริการ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความคาดหวังของภาคเอกชนกับการพัฒนาด้านคมนาคมขนส่ง การเสนอมุมมองในฐานะผู้ใช้บริการเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และบริการด้านคมนาคมขนส่ง ตลอดจนความคาดหวังของผู้ประกอบการ การจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับแผนงาน โครงการ และการดำเนินงานของกระทรวงฯ การจัดแสดงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พร้อมทั้งบูธประชาสัมพันธ์และการให้บริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม
กระทรวงคมนาคม ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงาน “Transport United for Happy Journey : คมนาคมรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเดินทางแห่งความสุข” โดยจัดขึ้น 2 วัน ระหว่างวันที่ 15 – 16 กันยายน 2565 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ บริเวณโถงภายในประตู 1 สถานีกลางบางซื่อ
มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 478 ครั้ง