มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 510 ครั้ง
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมนาสมาชิกและเครือข่ายแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ 26 จังหวัดภาคกลางและบรรยายพิเศษในหัวข้อ “นโยบายและผลงานพรรคประชาธิปัตย์กับการเลือกตั้งครั้งหน้า” ระหว่างวันที่ 16- 17 ธันวาคมนี้ ที่จังหวัดเพชรบุรี

โดย นายอลงกรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองพรรคแรกของประเทศอยู่มา 76 ปี ถือเป็นสถาบันทางการเมืองหลักผ่านร้อนผ่านหนาวเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและเมื่อเป็นรัฐบาลได้สร้างผลงานเป็นรูปธรรมมาหลายยุคหลายสมัยในการวางรากฐานเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา (2535-2565) ตั้งแต่ยุคหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันครอบคลุมการพัฒนาประเทศทุกมิติ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ การพัฒนาท้องถิ่น การกระจายอำนาจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการศึกษาและการสาธารณสุข เช่นการจัดตั้ง กระทรวงแรงงาน กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โครงการนมโรงเรียนและอาหารกลางวัน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มหาวิทยาลัยภูมิภาค ถนนสี่เลน รถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โฉนดชุมชน การปฏิรูปที่ดิน กองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการประกันรายได้เกษตรกร ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม 77 จังหวัด คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน 7,255 ตำบล เป็นต้น
และในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติทางการเมืองและทางเศรษฐกิจเช่นต้มยำกุ้งและแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาบริหารจนประเทศรอดพ้นปลอดภัยจากวิกฤติหลายต่อหลายครั้ง

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีศักยภาพมากแต่สูญเสียโอกาสเพราะเหตุแห่งการคอรัปชั่นและความขัดแย้งทางการเมืองแบ่งแยกประชาชนเป็น 2 ฝ่าย ต่อสู้ห้ำหั่นกันจนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากนำไปสู่การรัฐประหารถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติลงได้ นับเป็นปัญหาวิกฤติเรื้อรังที่บั่นทอนอนาคตของประเทศมาตลอด 20 ปี
“3 ปีกว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงให้เห็นถึงการถอยออกจากวังวนความขัดแย้งมุ่งมั่นตั้งใจทำงานมีจุดยืนชัดเจนที่จะคลี่คลายแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยและพร้อมที่จะร่วมเป็นผู้นำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสถาบันทางการเมืองหลักจะต้องสร้างความเชื่อมั่นทำให้ประชาชนเห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง (Strong Leadership) มีทักษะประสบการณ์ความสามารถและจุดยืนประชาธิปไตยที่มั่นคงพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลและเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 2 ขั้ว ความขัดแย้ง สามารถนำพาประเทศฝ่าวิกฤตการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจเพื่อให้การเลือกตั้งในปี 2566 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นก้าวใหม่ของประเทศ
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ภาคกลาง 26 จังหวัด ซึ่งมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ เป็นรองหัวหน้าพรรคดูแลรับผิดชอบมี ส.ส. 8 คน มีสาขาพรรค สมาชิกพรรคและว่าที่ผู้สมัครที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติ 76 ปี ของพรรค คือ 76 ปี ที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกอยู่ทุกหนแห่งทั่วประเทศ ขอให้สมาชิกพรรคและแกนนำพรรคร่วมกันรณรงค์สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ในแบบเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดภาคกลางจะได้รับการเลือกตั้งมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้าจากผลงาน 3 ปีกว่าที่ผ่านมา และนโยบายที่ทันสมัยตอบโจทย์อนาคตของประชาชนและสามารถสร้างขีดความสามารถของประเทศเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทุกคน” นายอลงกรณ์ กล่าวในที่สุด

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 510 ครั้ง