เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ขยายผลความร่วมมือสุขภาพไทยปลอดภัยบุหรี่ยั่งยืน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1246 ครั้ง

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ในฐานะประธานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เข้าร่วมการประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นจากคณบดีองค์กรวิชาชีพสุขภาพ เรื่อง “การควบคุมการบริโภคยาสูบในมหาวิทยาลัยไทย” ครั้งที่ 3 (Dean Summit on Tobacco Control) และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการควบคุมการบริโภคยาสูบในมหาวิทยาลัย ของคณบดีสาขาวิชาชีพสุขภาพต่าง ๆ 7 สภาวิชาชีพ โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ในครั้งนี้ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก กรุงเทพฯ

สำหรับการประชุมดังกล่าวจัดโดยเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลความร่วมมือให้แพร่ขยายเป็นวงกว้างและเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อวิชาชีพสุขภาพไทยปลอดภัยบุหรี่อย่างยั่งยืน

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ กล่าวว่า การบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบ นับเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของคนไทย เป็นสาเหตุการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง มากกว่า 25 โรค ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตก่อนวัยอันควรปีละกว่า 50,000 คน และภาครัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคเหล่านี้สูงเกือบ 1 แสนล้านบาทในแต่ละปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการทำให้บุคลากรวิชาชีพสุขภาพทุกสาขา หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชนให้ปลอดจากผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท และต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม สามารถส่งถ่ายข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพิษภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีผลเสียต่อสุขภาพ โดยสามารถสอดแทรกความรู้ในทุกขั้นตอนของการตรวจวินิจฉัยรักษา ทั้งเรื่องการให้คำปรึกษาช่วยเลิกบุหรี่ การป้องกัน การจัดการสภาพแวดล้อม รวมถึงการเข้าใจกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทบุหรี่

ด้าน ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเปิดการประชุม ตอนหนึ่งว่า “บุคลากรในเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ จะต้องเป็นต้นแบบในการดูแลสุขภาพตนเองให้ห่างไกลจากผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม การประชุมในครั้งนี้จึงถือเป็นการรวมพลังของบุคลากรด้านสุขภาพ ระดับผู้นำ สรรค์สร้างบุคลากรด้านสุขภาพให้ปลอดจากยาสูบ และเป็นผู้มีความรู้เพื่อไปใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนและเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1246 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน